Take Another Quiz

แบบทดสอบความรู้เรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

50
แบบทดสอบความรู้เรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สวัสดีครับสมาชิกทุกท่านกรุณาพิมพ์ชื่อลงในช่อง Your Name  จากนั้น คลิก Start Quiz เพื่อเริ่มทำแบบทดสอบครั เลือกคำตอบที่ท่านคิดว่า ถูก แล้ว คลิก Submit MyAnswer เกณฑ์การผ่าน 70% ขอให้สนุกกับการฝึกทำแบบ ดสอบครับ  ขอให้โชคดีครับ  จากใจ Mr.Jo หมายเหตุ  :ขอสงวนลิขสิ ธิ์ในการนำตัวอย่างแบบทด สอบนี้ไปใช้เพื่อผลประโย น์ทางการพานิชย์

Questions and Answers
  • 1. 
    หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรเป็นกี่ช่วงชั้น
    • A. 

      3 ช่วงชั้น

    • B. 

      4 ช่วงชั้น

    • C. 

      5 ช่วงชั้น

    • D. 

      6 ช่วงชั้น

  • 2. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 ข้อใดเป็นสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาต้องใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างพื้นฐานการคิดและเป็นกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและวิกฤตของชาติ
    • A. 

      ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ

    • B. 

      ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

    • C. 

      ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

    • D. 

      ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

  • 3. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 ข้อใดเป็นสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างพื้นฐานความเป็นมนุษย์ และสร้างศักยภาพในการคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์
    • A. 

      สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์

    • B. 

      ศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และคณิตศาสตร์

    • C. 

      ศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

    • D. 

      สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

  • 4. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 เรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ในสาระการเรียนรู้กลุ่มต่าง ๆ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ข้อใดไม่ใช่กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดเรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษาไว้
    • A. 

      สุขศึกษาและพลศึกษา

    • B. 

      การงานอาชีพและเทคโนโลยี

    • C. 

      วิทยาศาสตร์

    • D. 

      สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

  • 5. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 กลุ่มภาษาต่างประเทศ กำหนดให้เรียนภาษาอังกฤษในระดับชั้นใดบ้าง
    • A. 

      1-ม.6

    • B. 

      ป.1-ม.6

    • C. 

      ป.3-ม.6

    • D. 

      อ.1-ม.6

  • 6. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น 2 ลักษณะคืออะไรบ้าง
    • A. 

      กิจกรรมแนะแนว + กิจกรรมนักเรียน

    • B. 

      กิจกรรมแนะแนว + กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด

    • C. 

      กิจกรรมนักเรียน + กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์

    • D. 

      กิจกรรมแนะแนว + กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์

  • 7. 
     จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 มาตรฐานการเรียนรู้เป็นข้อกำหนด คุณภาพผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมของแต่ละกลุ่ม เพื่อใช้เป็นจุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ซึ่งกำหนดเป็น 2  ลักษณะ คืออะไรบ้าง
    • A. 

      มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน + มาตรฐานการเรียนรู้รายปี

    • B. 

      มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน + มาตรฐานการเรียนรู้รายภาค

    • C. 

      มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน + มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

    • D. 

      มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน + มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาภาคบังคับ

  • 8. 
    หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544  กำหนดเวลาในการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
    • A. 

      ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 มีเวลาเรียนประมาณปีละ 800-1,000 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยวันละ 4 - 5 ชั่วโมง

    • B. 

      ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 มีเวลาเรียนประมาณปีละ 1,000-1,200 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยวันละ 4 - 5 ชั่วโมง

    • C. 

      ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 มีเวลาเรียนประมาณปีละ 1,000-1,200 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยวันละ 4 - 5 ชั่วโมง

    • D. 

      ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 5 มีเวลาเรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

  • 9. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 สถานศึกษาสามารถจัดทำสาระการ เรียนรู้เพิ่มเติม เป็นหน่วยการเรียนรู้รายวิชาใหม่ ๆ รายวิชาที่มีความเข้มขึ้นอย่างหลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนอย่างไรบ้าง
    • A. 

      ตามความถนัด ความสนใจ ความพร้อม และความแตกต่างระหว่างบุคคล

    • B. 

      ตามความถนัด ความสนใจ ความต้องการ และความแตกต่างระหว่างบุคคล

    • C. 

      ตามความถนัด ความพร้อม ความต้องการ และความแตกต่างระหว่างบุคคล

    • D. 

      ตามความถนัด ความเหมาะสม ความต้องการ และความแตกต่างระหว่างบุคคล

  • 10. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 สถานศึกษาต้องจัดสาระการเรียนรู้ให้ครบทั้ง 8 กลุ่มในทุกช่วงชั้น ให้เหมาะสมกับธรรมชาติการเรียนรู้ และระดับพัฒนาการของผู้เรียนโดยมีการจัดอย่างไร
    • A. 

      ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดหลักสูตร เป็นรายปี และละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จัดเป็นหน่วยกิต

    • B. 

      ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดหลักสูตร เป็นรายปี และละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จัดเป็นรายปี

    • C. 

      ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดหลักสูตร เป็นรายภาค และละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จัดเป็นหน่วยกิต

    • D. 

      ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดหลักสูตร เป็นหน่วยกิต และละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จัดเป็นหน่วยกิต

  • 11. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 หลักสูตรที่มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อเพิ่มพูน ความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน มุ่งปลูกฝังความรู้ ความสามารถ และทักษะในวิทยาการและเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา และการประกอบอาชีพ มุ่งมั่นพัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้นำ และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ อยู่ในช่วงชั้นใด
    • A. 

      ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

    • B. 

      ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6

    • C. 

      ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

    • D. 

      ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

  • 12. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 หลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสำรวจความสามารถ ความถนัด ความสนใจตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน พัฒนาความสามารถ ทักษะพื้นฐานด้านการเรียนรู้ และทักษะในการดำเนินชีวิต ให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถเสริมสร้างสุขภาพส่วนตนและชุมชน มีความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใช้เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ
    • A. 

      ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

    • B. 

      ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6

    • C. 

      ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

    • D. 

      ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

  • 13. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดในช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ที่จะควรใช้เวลาประมาณร้อยละ ๕๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์
    • A. 

      ภาษาไทย

    • B. 

      ภาษาไทย คณิตศาสตร์

    • C. 

      ภาษาไทย วิทยาศาสตร์

    • D. 

      ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

  • 14. 
    ผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิตจริง หรือสาระที่กำหนดขึ้นมา เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำ เป็นต้น ผู้สอนสามารถเชื่อมโยงสาระ และกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่าง ๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ การคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ ทำให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้ความจริงจากหัวข้อเรื่องที่กำหนด จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 เป็นการบูรณาการในรูปแบบใด
    • A. 

      การบูรณาการแบบคู่ขนาน

    • B. 

      การบูรณาการแบบสหวิทยา

    • C. 

      การบูรณาการแบบโครงการ

    • D. 

      การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว

  • 15. 
    นำเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระมาเชื่อมโยงเพื่อจัดการเรียนรู้ ซึ่งโดยทั่วไปผู้สอนมักจัดการเรียนการสอนแยกตามรายวิชา หรือกลุ่มวิชา แต่ในบางเรื่อง ผู้สอนจัดการเรียนการสอนร่วมกันในเรื่องเดียวกัน เช่น เรื่องวันสิ่งแวดล้อมของชาติ ผู้สอนภาษาไทยจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้ภาษา   คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผู้สอนวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม  ผู้สอนสังคมศึกษาให้ผู้เรียนค้นคว้าหรือทำกิจกรรมชมรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม     และครู ผู้สอนสุขศึกษาอาจจัดให้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 เป็นการบูรณาการในรูปแบบใด
    • A. 

      การบูรณาการแบบคู่ขนาน

    • B. 

      การบูรณาการแบบสหวิทยา

    • C. 

      การบูรณาการแบบโครงการ

    • D. 

      การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว

  • 16. 
    การจัดการเรียนรู้ที่ต้องสนองตอบต่อความสนใจของผู้เรียน โดยคำนึงถึงหลักจิตวิทยาพัฒนาการ และจิตวิทยาการเรียนรู้ ทั้งนี้ ในแต่ละคาบเวลาเรียนนั้น ไม่ควรใช้เวลานานเกินความสนใจของผู้เรียน สถานศึกษาต้องจัดการเรียนรู้ให้ครบทุกกลุ่มสาระ ในลักษณะบูรณาการที่มีภาษาไทยและคณิตศาสตร์เป็นหลัก เน้นการเรียนรู้ตามสภาพจริง มีความสนุกสนาน ได้ปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ ทักษะพื้นฐานการติดต่อสื่อสารในการคิดคำนวณ การคิดวิเคราะห์ และพัฒนาลักษณะนิสัยและสุนทรียภาพ จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 เป็นแนวการจัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นใด
    • A. 

      ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

    • B. 

      ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6

    • C. 

      ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

    • D. 

      ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

  • 17. 
    เพื่อให้การใช้สื่อการเรียนรู้เป็นไปตามแนวการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 การจัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้ ควรใช้สื่อประเภทใด
    • A. 

      สื่อนวัตกรรม

    • B. 

      สื่อคอมพิวเตอร์

    • C. 

      สื่อเทคโนโลยี

    • D. 

      สื่อที่มีอยู่ในท้องถิ่น

  • 18. 
    จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 หน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544
    • A. 

      สถานศึกษา

    • B. 

      คณะกรรมการสถานศึกษา

    • C. 

      สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    • D. 

      สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.

  • 19. 
    การสร้างหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวทางหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง        1) กำหนดวิสัยทัศน์        2) การจัดหลักสูตรสถานศึกษา        3) การออกแบบการเรียนการสอน        4) การกำหนดเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิต        5) การกำหนดสาระการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค
    • A. 

      1 2 3 4 5

    • B. 

      1 3 4 5 2

    • C. 

      1 5 4 3 2

    • D. 

      1 2 5 3 4

  • 20. 
    การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวทางหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2544 ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง      1) การวิเคราะห์ปัญหา      2) การเก็บรวบรวมข้อมูล      3) การรายงานผลการเรียนรู้      4) การนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้      5) การวางแผนแก้ปัญหาหรือพัฒนา      6) การดำเนินการแก้ปัญหาหรือพัฒนา      7) การสรุปผลการแก้ปัญหาหรือพัฒนา
    • A. 

      1 2 5 6 7 3 4

    • B. 

      1 5 2 6 7 3 4

    • C. 

      1 2 3 4 5 6 7

    • D. 

      1 5 6 2 7 3 4

  • 21. 
    ข้อใดคือสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551
    • A. 

      สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

    • B. 

      คุณลักษณะอันพึงประสงค์

    • C. 

      กระบวนการพัฒนาทักษะชีวิต

    • D. 

      กระบวนการพัฒนาความรู้และคุณธรรม

  • 22. 
    คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551 มีอะไรบ้าง
    • A. 

      รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ซื่อสัตย์สุจริต, ขยัน, ประหยัด, อยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ

    • B. 

      รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ซื่อสัตย์สุจริต, มีวินัย, ประหยัด, อยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ

    • C. 

      รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ซื่อสัตย์สุจริต, มีวินัย, มีคุณธรรม, อยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ

    • D. 

      รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ซื่อสัตย์สุจริต, มีวินัย, ใฝ่เรียนรู้, อยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย, มีจิตสาธารณะ

  • 23. 
    สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551 มีอะไรบ้าง
    • A. 

      ความสามารถในการสื่อสาร, ความสามารถในการคิด, ความสามารถในการแก้ปัญหา, ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต, ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

    • B. 

      ความสามารถในการสื่อสาร, ความสามารถในการคิดวิเคราะห์, ความสามารถในการอ่านเขียน, ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต, ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

    • C. 

      ความสามารถในการสื่อสาร, ความสามารถในการอ่านเขียน, ความสามารถในการแก้ปัญหา, ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต, ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

    • D. 

      ความสามารถในการสื่อสาร, ความสามารถในการทำงาน, ความสามารถในการแก้ปัญหา, ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต, ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

  • 24. 
    ตัวชี้วัดชั้นปีและตัวชี้วัดช่วงชั้น แตกต่างกันอย่างไร      
    • A. 

      ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6) ส่วนตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3)

    • B. 

      ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3) ส่วนเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนใน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6)

    • C. 

      ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3) ส่วนตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4- 6)

    • D. 

      ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6) ส่วนตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนใน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6)

  • 25. 
    ว 1.2 ป. 1/2  หมายความถึงอะไร
    • A. 

      ว คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1.2 คือ มาตรฐานข้อที่ 1 สาระที่ 2 ป. 1/2 คือ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2

    • B. 

      ว คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1.2 คือ สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 2 ป. 1/2 คือ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2

    • C. 

      ว คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1.2 คือ มาตรฐานข้อที่ 1 สาระที่ 2 ป. 1/2 คือ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สมรรถนะที่ 2

    • D. 

      ว คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1.2 คือ สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 2 ป. 1/2 คือ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สมรรถนะที่ 2

  • 26. 
    สาระการเรียนรู้ มีองค์ประกอบ 3 ด้าน ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบดังกล่าว  
    • A. 

      องค์ความรู้

    • B. 

      สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

    • C. 

      คุณลักษณะอันพึงประสงค์

    • D. 

      ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้

  • 27. 
    จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  แบ่งเป็น ๓ ลักษณะ มีอะไรบ้าง
    • A. 

      กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมดูแลช่วยเหลือนักเรียน

    • B. 

      กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด

    • C. 

      กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม

    • D. 

      กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

  • 28. 
    ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมนักเรียน ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551
    • A. 

      กิจกรรมชุมนุม ชมรม

    • B. 

      กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร

    • C. 

      กิจกรรมดูแลช่วยเหลือนักเรียน

    • D. 

      กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์

  • 29. 
    หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551 จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ มีอะไรบ้าง
    • A. 

      2 ระดับ คือ ระดับภาคบังคับ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) ระดับขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6)

    • B. 

      2 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) ระดับมัธยมศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6)

    • C. 

      3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6)

    • D. 

      4 ระดับ คือ ระดับปฐมวัย (ชั้นอนุบาลปีที่ 1– 2) ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6)

  • 30. 
    การจัดเวลาเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนเช่นไร
    • A. 

      วันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง

    • B. 

      วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

    • C. 

      วันละไม่เกิน 6 ชั่วโมง

    • D. 

      วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

  • 31. 
    การจัดเวลาเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค โดยมีเวลาเรียนเช่นไร
    • A. 

      วันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง

    • B. 

      วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

    • C. 

      วันละไม่เกิน 6 ชั่วโมง

    • D. 

      วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

  • 32. 
    การจัดเวลาเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค โดยมีเวลาเรียนเช่นไร
    • A. 

      วันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง

    • B. 

      วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

    • C. 

      วันละไม่เกิน 6 ชั่วโมง

    • D. 

      วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

  • 33. 
    การคิดน้ำหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์กี่ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชา เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.)
    • A. 

      20 ชั่วโมง

    • B. 

      40 ชั่วโมง

    • C. 

      60 ชั่วโมง

    • D. 

      120 ชั่วโมง

  • 34. 
    การจัดโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดไว้อย่างไรบ้าง
    • A. 

      ระดับประถมศึกษา (ป.1-6) ไม่เกิน 1,000 ชั่วโมง/ปี

    • B. 

      ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) ไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง/ปี

    • C. 

      ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม 3 ปี ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง

    • D. 

      ทุกข้อที่กล่าวมา

  • 35. 
    กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้สถานศึกษาจัดสรรเวลาให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม อย่างไรบ้าง
    • A. 

      ระดับประถมศึกษา (ป.1-6) รวม 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง

    • B. 

      ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) รวม 3 ปี จำนวน 45 ชั่วโมง

    • C. 

      ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม 3 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง

    • D. 

      ทุกข้อที่กล่าวมา

  • 36. 
    การจัดโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กำหนดเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นเป็นจำนวนกี่ชั่วโมง
    • A. 

      40 ชั่วโมง

    • B. 

      90 ชั่วโมง

    • C. 

      100 ชั่วโมง

    • D. 

      120 ชั่วโมง

  • 37. 
    ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้สอนต้องดำเนินการขั้นตอนใดเป็นอันดับแรก
    • A. 

      วิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้

    • B. 

      สร้างเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

    • C. 

      เลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล

    • D. 

      ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน

  • 38. 
    บทบาทของผู้สอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้สอนต้องดำเนินการขั้นตอนใดเป็นอันดับแรก
    • A. 

      ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล

    • B. 

      กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

    • C. 

      ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย

    • D. 

      วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน

  • 39. 
    ผู้สอนต้องกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ให้ครอบคลุมในด้านบ้าง
    • A. 

      ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ

    • B. 

      ความรู้ ความเข้าใจ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

    • C. 

      ความรู้ความเข้าใจ ความคงทน ทักษะกระบวนการ

    • D. 

      ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

  • 40. 
    ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกและใช้สื่อการเรียนรู้
    • A. 

      เลือกและใช้สื่อที่มีคุณภาพ

    • B. 

      เลือกและใช้สื่อที่ดัดแปลงสภาพ

    • C. 

      เลือกและใช้สื่อที่มีความเหมาะสม

    • D. 

      เลือกและใช้สื่อที่มีความหลากหลาย

  • 41. 
    วัตถุประสงค์ของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนคือข้อใด
    • A. 

      เพื่อพัฒนาผู้เรียน

    • B. 

      เพื่อตัดสินผลการเรียน

    • C. 

      เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผู้เรียน

    • D. 

      เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน

  • 42. 
    ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้สอนต้องดำเนินการเช่นไร
    • A. 

      สอบแก้ตัว

    • B. 

      สอนซ่อมเสริม

    • C. 

      สอบซ่อมเสริม

    • D. 

      สอนรายวิชาเพิ่มเติม

  • 43. 
    ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตัดสินผลการเรียนในระดับประถมศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
    • A. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนในรายวิชาพื้นฐาน

    • B. 

      ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด

    • C. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

    • D. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

  • 44. 
    ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตัดสินผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
    • A. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนในรายวิชาพื้นฐาน

    • B. 

      ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อย กว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ

    • C. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

    • D. 

      ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

  • 45. 
    ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการประเมินเป็นเช่นไรบ้าง
    • A. 

      ผ่านและไม่ผ่าน

    • B. 

      ดีมาก ดี และผ่าน

    • C. 

      ดีมาก ดี ผ่าน และไม่ผ่าน

    • D. 

      ดีเยี่ยม ดี ผ่าน

  • 46. 
    ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเช่นไรบ้าง
    • A. 

      ผ่านและไม่ผ่าน

    • B. 

      ดีมาก ดี และผ่าน

    • C. 

      ดีมาก ดี ผ่าน และไม่ผ่าน

    • D. 

      ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน

  • 47. 
    ในการสร้างหน่วยการเรียนรู้นั้น ตามแนวทางของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยประกอบด้วยอะไรบ้าง
    • A. 

      สาระการเรียนรู้ กิจกรรม และจำนวนเวลา

    • B. 

      มาตรฐานการเรียนรู้ กิจกรรม และจำนวนเวลา

    • C. 

      มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ และกิจกรรม

    • D. 

      มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ และจำนวนเวลา

  • 48. 
    ข้อใดคือขั้นตอนแรกของ Backward Design
    • A. 

      กำหนดทักษะกระบวนการ

    • B. 

      กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้

    • C. 

      กำหนดเป้าหมาย/ผลลัพธ์ที่ต้องการ

    • D. 

      กำหนดหลักฐานในระดับที่ยอมรับได้

  • 49. 
    ข้อใดไม่น่าจะมีปรากฏในหน่วยการเรียนรู้ที่ยึดหลักการ Backward Design
    • A. 

      การนิเทศผู้เรียน

    • B. 

      มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

    • C. 

      แนวทางการให้คะแนน(rubric)

    • D. 

      ผลงาน/การปฏิบัติงานรวบยอด

  • 50. 
    ข้อใดไม่น่าจะมีปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ยึดหลักการ Backward Design
    • A. 

      ปัญหาของผู้เรียน

    • B. 

      เป้าหมายการเรียนรู้

    • C. 

      สาระสำคัญ (concepts ความคิด ทักษะ กระบวนการ)

    • D. 

      กิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้