Take Another Quiz

ข้อสอบ ภาค กข ชุด 105 พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560

42 Questions
    105 . ..2560

ข้อสอบภาคกขชุด 105 พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและการ ริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดย   "ติวสอบดอทคอม" สร้างโดยอ. นิกรคลิ๊กสอบได้ที่ติว สอบดอ คอมหรือท  www.tuewsob.com

Please wait...
Questions and Answers
  • 1. 
    พระราัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันใด
    • A. 

      24 กุมภาพันธ์ 2560

    • B. 

      25 กุมภาพันธ์ 2560

    • C. 

      23 กุมภาพันธ์ 2560

    • D. 

      24 กุมภาพันธ์ 2560

  • 2. 
    ข้อใดไม่ใช่ความหของพัสดุโดยตรงตาม พรบ.ฉบับนี้
    • A. 

      วัสดุ

    • B. 

      สินค้า

    • C. 

      งานบริการ

    • D. 

      งานก่อสร้าง

  • 3. 
    คในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่นตามระเบียบพัสดุฯ พ.ศ.2560
    • A. 

      วัสดุ

    • B. 

      งานก่อสร้างอาคาร

    • C. 

      ครุภัณฑ์

    • D. 

      ที่ดิน

  • 4. 
    โรงเรียนเกี่ยวข้องกับคำใในข้อใดมากที่สุดตามระเบียบพัสดุฯ พ.ศ.2560
    • A. 

      งานบริการ

    • B. 

      อาคาร

    • C. 

      สินค้า

    • D. 

      การบริหารพัสดุ

  • 5. 
    ขใดไม่ใช่การบริหารพัสดุ
    • A. 

      การซื้อ

    • B. 

      การเก็บ

    • C. 

      การยืม

    • D. 

      การจำหน่าย

  • 6. 
    หากท่านเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุและได้รับมอบหมายให้พิจารณาราคากลางของการจัดซื้อจัดจ้างท่านจะเลือกข้อใด
    • A. 

      ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด

    • B. 

      ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้าอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางกำหนด

    • C. 

      ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด

    • D. 

      ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด

  • 7. 
    คณะกรรมการชุดใดไม่มีในพระราชบัญญัติพัสดุฯ พ.ศ.2560
    • A. 

      ค.ป.ท.

    • B. 

      คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

    • C. 

      คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐและเอกชน

    • D. 

      คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

  • 8. 
    ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐคือข้อใด
    • A. 

      นายกรัฐมนตรี

    • B. 

      ประธานสภานิติบัญญ้ัติแห่งชาติ

    • C. 

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    • D. 

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

  • 9. 
    การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานรัฐหลักการข้อใดสำคัญที่สุด
    • A. 

      ตรวจสอบได้

    • B. 

      มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

    • C. 

      โปร่งใส

    • D. 

      คุ้มค่า

  • 10. 
    หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีและต้องประกาศเผยแพร่อย่างน้อยตามข้อใดจึงจะเป็นไปตามระเบียบนี้
    • A. 

      ระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานรัฐ

    • B. 

      หน่วยงานของรัฐและระบบเครือข่ายสารสนเทศของจังหวัด

    • C. 

      หน่วยงานของรัฐและระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงบประมาณ

    • D. 

      หน่วยงานของรัฐและระบบเครือข่ายสารสนเทศของจังหวัดและสำนักงบประมาณ

  • 11. 
    คณะกรรมการชุดใดเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมมากที่สุด
    • A. 

      คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต

    • B. 

      คณะกรรมการนโยบาย

    • C. 

      คณะกรรมการราคากลาง

    • D. 

      คณะกรรมการวินิจฉัย

  • 12. 
    คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกี่คนใครเป็นประธาน
    • A. 

      20 คน นายกรัฐมนตรี

    • B. 

      22 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

    • C. 

      22 คน นายรัฐมนตรี

    • D. 

      22 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมาย

  • 13. 
    สัดส่วนขคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยตำแหน่งต่อผู้ทรงคุณวุฒิ คือ 11 ต่อ 5-7 คน และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปีแต่ไม่เกินสองวาระนั้นข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในชุดนี้
    • A. 

      สภาวิศวกร

    • B. 

      สภาสถาปนิก

    • C. 

      Option 3

    • D. 

      การคลัง

  • 14. 
    คณะกรรมการตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐ พ.ศ.2560 ชุดใดมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่
    • A. 

      คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต

    • B. 

      คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

    • C. 

      คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

    • D. 

      คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

  • 15. 
    คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีกี่คน ใครเป็นประธาน 
    • A. 

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    • B. 

      ปลัดกระทรวงการคลัง

    • C. 

      อธิบดีกรมบัญชีกลาง

    • D. 

      ปลัดกระทรวงพาณิชย์

  • 16. 
    คณะารราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการมีกี่คน ใครเป็นประธาน
    • A. 

      20 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    • B. 

      23 คน อธิบดีกรมบัญชีกลาง

    • C. 

      22 คน ปลัดกระทรวงการคลัง

    • D. 

      23 คน ปลัดกระทรวงการคลัง

  • 17. 
    ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการราคากลาง
    • A. 

      จัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการนโยบายของรัฐอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    • B. 

      กำกับดูแลการกำหนดราคากลาง

    • C. 

      ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง

    • D. 

      ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

  • 18. 
    คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต มีกี่คนใครเป็นประธาน สัดส่วนกรรมการโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิตามลำดับคือ
    • A. 

      18 คน ปลัดกระทรวงการคลัง สัดส่วน 7 ต่อ 5-7

    • B. 

      20 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สัดส่วน 11 ต่อ 5-7

    • C. 

      18 คน อธิบดีกระทรวงการคลัง สัดส่วน 7 ต่อ 5-7

    • D. 

      23 คน นายกรัฐมนตรี สัดส่วน 11 ต่อ 5-7

  • 19. 
    คณะกรรมการพรณาอุทรณ์และข้อร้องเรียน มีกี่คนใครเป็นประธานสัดส่วนคณะกรรมการโดยตำแหน่งต่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามลำดับคือข้อใด
    • A. 

      22 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สัดส่วน 11 ต่อ 5-7

    • B. 

      22 คน อธิบดีกระทรวงการคลัง สัดส่วน 8 ต่อ 5-7

    • C. 

      18 คน ปลัดกระทรวงการคลัง สัดส่วน 9 ต่อ 5-7

    • D. 

      19 คน ปลัดกระทรวงการคลัง สัดส่วน 8 ต่อ 5-7

  • 20. 
    องค์กรสนับสนุนดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐใน พรบ.ฉบับนี้คือข้อใดมากที่สุด
    • A. 

      สำนักงบประมาณ

    • B. 

      กรมบัญชีกลาง

    • C. 

      ค.ป.ท.

    • D. 

      ป.ย.ป.

  • 21. 
    ใครเป็นผู้มีอำนาจลประกาศการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการตามกฏหมายนี้
    • A. 

      ค.ป.ท.

    • B. 

      คณะกรรมการราคากลาง

    • C. 

      กรมบัญชีกลาง

    • D. 

      สำนักงบประมาณ

  • 22. 
    การจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พรบ.ฉบับนี้มีกี่วิธี
    • A. 

      3

    • B. 

      5

    • C. 

      6

    • D. 

      7

  • 23. 
    ข้อใดไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้างตาม พรบ.พัสดุฯ พ.ศ.2560
    • A. 

      ประกาศราคา

    • B. 

      คัดเลือก

    • C. 

      เฉพาะเจาะจง

    • D. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

  • 24. 
    เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ หากท่านเป็นเจ้าหน้าที่จะเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบใด
    • A. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

    • B. 

      ตกลงราคา

    • C. 

      คัดเลือก

    • D. 

      เฉพาะเจาะจง

  • 25. 
    เป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับ หรือหน่วยงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของหน่วยงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ท่านจะเลือกวิธีใดในการจัดซื้อจัดจ้าง
    • A. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

    • B. 

      คัดเลือก

    • C. 

      เฉพาะเจาะจง

    • D. 

      พิเศษ

  • 26. 
    เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ ท่านจะเลือกใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบใด
    • A. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

    • B. 

      คัดเลือก

    • C. 

      เฉพาะเจาะจง

    • D. 

      กรณีพิเศษ

  • 27. 
    สิ่งใดสำญที่สุดที่ควรคำนึงในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้าง
    • A. 

      มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ

    • B. 

      ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน

    • C. 

      บริการหลังการขาย

    • D. 

      ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น

  • 28. 
    การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างจะกระทำได้เมื่อใด
    • A. 

      อยู่ในกรอบระยะเวลาของสัญญา

    • B. 

      ล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์

    • C. 

      ได้รับอนุมัติงบประมาณ

    • D. 

      ผ่านการตรวจสอบจาก ค.ป.ท.แล้วอย่างน้อย 30 วัน

  • 29. 
    กรณีที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอตั้งแต่กี่รายขึ้นไป มิให้ถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน
    • A. 

      1 ราย

    • B. 

      2 ราย

    • C. 

      3 ราย

    • D. 

      4 ราย

  • 30. 
    การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดฯ เป็นงานจ้างที่ปรึกษาแบบใด
    • A. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

    • B. 

      คัดเลือก

    • C. 

      เฉพาะเจาะจง

    • D. 

      กรณีพิเศษ

  • 31. 
    กรณีนจ้างที่ปรึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานของรัฐหรืองานที่ซับซ้อนให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพแล้วและให้คัดเลือกจากรายที่มีคะแนนรวมด้านใดมากที่สุด
    • A. 

      ราคาต่ำที่สุด

    • B. 

      คุณภาพ

    • C. 

      คุณภาพและราคา

    • D. 

      คุณภาพและบริการ

  • 32. 
    วิารจัดจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างในข้อใดแตกต่างจากการจัดซื้อจัดจ้างโดยทั่วไป
    • A. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

    • B. 

      คัดเลือก

    • C. 

      ประกวดแบบ

    • D. 

      เฉพาะเจาจง

  • 33. 
    งานางออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่เป็นที่เชิดชูคุณค่าทางศิลปกรรมหรือสถาปัตยกรรมของชาติได้นั้น ต้องเลือกใช้วิธีจ้างอบบใด
    • A. 

      คัดเลือก

    • B. 

      เฉพาะเจาะจง

    • C. 

      ประกวดแบบ

    • D. 

      ประกาศเชิญชวนทั่วไป

  • 34. 
    การทำสัญญา ตามกฎหมายนี้จะต้องเป็นไปตามที่ใครกำหนด
    • A. 

      ค.ป.ท.

    • B. 

      คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

    • C. 

      คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาฯ

    • D. 

      คณะกรรมการราคากลางฯ

  • 35. 
    อัตราค่าปรับกรณีคู่สัญญาไปจ้างช่วงโดยฝ่าฝืนข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามข้อใด
    • A. 

      ร้อยละสิบ

    • B. 

      ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ

    • C. 

      ไม่ต่ำว่าร้อยละห้า

    • D. 

      ไม่น้อยกว่าร้อยละห้า

  • 36. 
    การกำหนดองค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้เป็นไปตามระเบียบที่ใครกำหนด
    • A. 

      ค.ป.ท.

    • B. 

      คณะกรรมการนโยบายฯ

    • C. 

      รัฐมนตรี

    • D. 

      นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย

  • 37. 
    กระเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการให้พิจารณาข้อใดสำคัญที่สุด
    • A. 

      คุณภาพของงาน

    • B. 

      แล้วเสร็จตามสัญญา

    • C. 

      คุณภาพและความคงทนถาวร

    • D. 

      บริการ และคุณภาพ

  • 38. 
    ใครเป็นผ้มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน
    • A. 

      ค.ป.ท.

    • B. 

      รัฐมนตรี

    • C. 

      ปลัดกระทรวง

    • D. 

      อธิบดี

  • 39. 
    ข้อใดไม่ใช่การบริหารพัสดุ
    • A. 

      การซื้อ

    • B. 

      การเก็บ

    • C. 

      การบันทึก

    • D. 

      การจำหน่าย

  • 40. 
    ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการอุทธรณ์ตาม พรบ.พัสดุฯ พ.ศ.2560
    • A. 

      ผู้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อหน่วยงานของรัฐภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้าง

    • B. 

      หน่วยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันได้รับอุทธรณ์

    • C. 

      กรณีหน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ให้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามวันทำการ

    • D. 

      ให้คณะกรรวพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับรายงานและขยายออกไปได้ไม่เกินสามครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนด

  • 41. 
    ผูใดเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือบริหารพัสดุปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือกระทำโดยมิชอบต้องระวางโทษตามข้อใด
    • A. 

      จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

    • B. 

      จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบสามปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองล้านบาท

    • C. 

      จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    • D. 

      จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • 42. 
    เหตุผลสำคัญที่สุดในการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 คือข้อใด
    • A. 

      มาตรฐานเดียวกัน

    • B. 

      มาตรฐานกลาง

    • C. 

      ธรรมาภิบาล

    • D. 

      สร้างความเชื่อมั่น