แนวข้อสอบวิชาชีพครูมาตรฐานที่ 4 จิตวิทยาสำหรับครู

30  I  By Chatchai130520
Please take the quiz to rate it.

แนวข้อสอบวิชาชีพครูมาตรฐานที่ 4 จิตวิทยาสำหรับครู
แนวข้อสอบวิชาชีพครูมาตร านที่ 4 จิตวิทยาสำหรับครู (จิตวิทยาการแนะแนวและให้ ําปรึกษา )

  
Changes are done, please start the quiz.


Questions and Answers

Removing question excerpt is a premium feature

Upgrade and get a lot more done!
  • 1. 
    ข้อใดไม่ใช่ความหมายของการแนะแนว     (  sobbunju.com )
    • A. 

      การแนะนำ

    • B. 

      การช่วยเหลือ ให้สามารถช่วยตนเองได้

    • C. 

      กระบวนการทางการศึกษาที่ช่วยให้ บุคคลรู้จัก และเข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อม

    • D. 

      แก้ปัญหาได้ด้วยตนเองและพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ


  • 2. 
    การแนะแนวแบ่งเป็นกี่ประเภท
    • A. 

      2

    • B. 

      3

    • C. 

      4

    • D. 

      5


  • 3. 
    ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการแนะแนว
    • A. 

      การแนะแนวการศึกษา

    • B. 

      การแนะแนวอาชีพ

    • C. 

      การแนะแนวการปรับตัวและบุคลิกภาพ

    • D. 

      การแนะแนวส่วนตัวและสังคม


  • 4. 
    ข้อใดเป็นการแนะแนวเทียม
    • A. 

      การทำนายโชคชะตาราศี

    • B. 

      การเลือกอาชีพ

    • C. 

      การเลือกวิชาเรียน

    • D. 

      การเลือกคู่ครอง


  • 5. 
    ข้อใดคือหน้าที่พื้นฐานของการแนะแนว
    • A. 

      การแก้ไขปัญหา

    • B. 

      การป้องกันปัญหาอันจะทำให้พัฒนาการต่าง ๆ หยุดชะงัก

    • C. 

      การส่งเสริมพัฒนาการส่วนบุคคล

    • D. 

      การเข้าใจตนเอง


  • 6. 
    ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น  “บิดาแห่งการแนะแนว”
    • A. 

      Louis P. Nash

    • B. 

      Frank Parson

    • C. 

      Eli W. Weaver

    • D. 

      Frank P. Goodwin


  • 7. 
    ข้อใดไม่ใช่เทคนิคการให้คำปรึกษา
    • A. 

      สร้างความคุ้นเคย

    • B. 

      การร่วมแก้ปัญหา

    • C. 

      การให้ความกระจ่าง

    • D. 

      การเงียบ


  • 8. 
    จิตวิทยาการให้คำปรึกษา ต้องพิจารณาถึงสิ่งใด
    • A. 

      การเข้าใจตนเอง

    • B. 

      การเข้าใจผู้มาของรับการปรึกษา

    • C. 

      การเข้าใจธรรมชาติการแสดงออกของมนุษย์

    • D. 

      ถูกทุกข้อ


  • 9. 
    ผู้ที่ทำหน้าที่แนะแนวต้องคำนึงถึงเรื่องใดเป็นอันดับแรก
    • A. 

      การเข้าใจเด็ก

    • B. 

      การแก้ไข

    • C. 

      การป้องกัน

    • D. 

      การสนับสนุน


  • 10. 
    หน้าที่ของการแนะแนวเกิดขึ้นจากหลักปรัชญาใด
    • A. 

      การแก้ไขปัญหาเป็นสิ่งที่สำคัญ

    • B. 

      การเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของบุคคล

    • C. 

      การป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับบุคคล

    • D. 

      การกระตุ้นส่งเสริมบุคคล


  • 11. 
    ประเทศซึ่งเป็นแม่บทแห่งการแนะแนว คือ ประเทศใด
    • A. 

      อังกฤษ

    • B. 

      อเมริกา

    • C. 

      ฝรั่งเศษ

    • D. 

      อิตาลี


  • 12. 
    การแนะแนวในระยะเริ่มแรกเป็นการแนะแนวทางด้านใด
    • A. 

      ด้านการศึกษา

    • B. 

      ด้านอาชีพ

    • C. 

      ด้านสุขภาพจิต

    • D. 

      ด้านการปรับตัวและบุคลิกภาพ


  • 13. 
    จุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการ ของการแนะแนว คือ
    • A. 

      ป้องกัน แก้ไข พัฒนา

    • B. 

      การเข้าใจตนเอง การเข้าใจผู้มาของรับการปรึกษา ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้มาของรับการปรึกษา

    • C. 

      บริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคล บริการสนเทศ บริการจัดวางตัวบุคคล

    • D. 

      การแนะแนวการศึกษา การแนะแนวอาชีพ การแนะแนวส่วนตัวและสังคม


  • 14. 
    ข้อใดไม่ใช่ปรัชญาการแนะแนว
    • A. 

      คนทุกคนมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

    • B. 

      คนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน

    • C. 

      คนแต่ละคนมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาและเรียนรู้ได้

    • D. 

      ทุกข้อเป็นปรัชญาการแนะแนว


  • 15. 
    ข้อใดไม่ใช่บริการแนะแนว
    • A. 

      บริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคล

    • B. 

      บริการสนเทศ

    • C. 

      บริการให้คำปรึกษา

    • D. 

      บริการจัดวางตัวบุคคล

    • E. 

      บริการติดตามผล

    • F. 

      ทุกข้อเป็นบริการแนะแนว


  • 16. 
    หัวใจของการแนะแนว คือ   (*******ควรจำ*******)
    • A. 

      การสำรวจนักเรียน

    • B. 

      การจัดวางตัวบุคคล

    • C. 

      การให้คำปรึกษา

    • D. 

      การติดตามและประเมินผล


  • 17. 
    ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียน
    • A. 

      เพื่อให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจตนเองในทุกๆด้าน

    • B. 

      เพื่อให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจบุคลอื่น

    • C. 

      เพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและแก้ปัญหาของตนได้

    • D. 

      ถูกทุกข้อ


  • 18. 
    เด็กส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะเด็กหญิงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กชาย ในวัยนี้จึงมักมีปัญหาเรื่องการปรับตัว เป็นลักษณะทางร่างกายของ
    • A. 

      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

    • B. 

      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4- 6

    • C. 

      ชั้นประถมศึกษา ที่ 1 - 3

    • D. 

      ชั้นประถมศึกษา ที่ 4 - 6


  • 19. 
    มีความเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่และสนใจในร่างกายของตนเอง จะหมกมุ่นอยู่กับการแต่งตัว  เป็นลักษณะทางร่างกายของ
    • A. 

      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

    • B. 

      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4- 6

    • C. 

      ชั้นประถมศึกษา ที่ 1 - 3

    • D. 

      ชั้นประถมศึกษา ที่ 4 - 6


  • 20. 
    ในแง่ของการแนะแนวเราใช้เทคนิคการสังเกตเพื่อวัตถุประสงค์ใดมากที่สุด
    • A. 

      ประเมินค่าพฤติกรรมว่าดีหรือเลว

    • B. 

      ความแม่นยำในการศึกษาเด็ก

    • C. 

      การทำนายอนาคตของเด็ก

    • D. 

      การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเด็ก

    • E. 

      ปฏิกิริยาของเด็กในปัญหาของเขา


  • 21. 
    ในแง่ของการแนะแนวเราใช้เทคนิคการสังเกตเพื่อวัตถุประสงค์ใดมากที่สุด
    • A. 

      ประเมินค่าพฤติกรรมว่าดีหรือเลว

    • B. 

      ความแม่นยำในการศึกษาเด็ก

    • C. 

      การทำนายอนาคตของเด็ก

    • D. 

      การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเด็ก

    • E. 

      ปฏิกิริยาของเด็กในปัญหาของเขา


  • 22. 
           ครูประจำชั้นที่ต้องการช่วยเหลือเด็ก  หรือให้การแนะแนวเด็กในชั้นเรียนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  ควรจะสังเกตเด็กในลักษณะใดเป็นเบื้องต้น
    • A. 

      ก. การสังเกตอย่างไม่เป็นทางการ

    • B. 

      ข. สังเกตโดยกำหนดเวลาสังเกต

    • C. 

      ค. สังเกตโดยเลือกเฉพาะสภาพการณ์ที่ต้องการ

    • D. 

      ง. การสังเกตแบบควบคุม

    • E. 

      จ. การสังเกตในสถานการณ์สมมุติ


  • 23. 
    สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การสัมภาษณ์ในการแนะแนวดำเนินไปได้ด้วยดีคืออะไร
    • A. 

      การเตรียมการสัมภาษณ์

    • B. 

      การสร้างสายสัมพันธ์

    • C. 

      การดำเนินการสัมภาษณ์

    • D. 

      เป็นผู้รับฟังที่ดี

    • E. 

      การยุติการสัมภาษณ์


  • 24. 
    ข้อใดแสดงให้เห็นว่าผู้สัมภาษณ์รักษาบรรยากาศของการสัมภาษณ์ให้ดีอยู่เสมอ
    • A. 

      เปิดโอกาสให้ผู้สัมภาษณ์พูดอยู่เสมอ

    • B. 

      ให้ความสำคัญแก่ลำดับขั้นของการสัมภาษณ์มากที่สุด

    • C. 

      การให้คำถามและคำพูดเร้าให้ผู้ถูกสัมภาษณ์มีปฏิกิริยาโต้ตอบอยู่เสมอ

    • D. 

      เสริมแต่งบุคลิกภาพให้อ่อนโยน น่าไว้วางใจ

    • E. 

      ควรพูดนำเสมอเพื่อทำความสบายใจให้แก่ผู้ถูกสัมภาษณ์


  • 25. 
    ถ้าท่านต้องการทราบสภาวะที่แท้จริงของการปะทะสังสรรค์กันในกลุ่มของเด็ก  ท่านควรใช้เทคนิคอะไรศึกษา
    • A. 

      การสังเกต

    • B. 

      แบบสอบถาม

    • C. 

      มาตราส่วนประมาณค่า

    • D. 

      สังคมมิติ

    • E. 

      การสัมภาษณ์


  • 26. 
    ถ้าเราต้องการทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวเด็กในระยะเวลาที่รวดเร็ว  เทคนิคที่นิยมใช้มากที่สุดคืออะไร 
    • A. 

      การสังเกต

    • B. 

      แบบสอบถาม

    • C. 

      มาตราส่วนประมาณค่า

    • D. 

      สังคมมิติ

    • E. 

      การสัมภาษณ์


  • 27. 
    เทคนิคใดที่ไม่ควรใช้มากที่สุด  ถ้าเราต้องการทราบเหตุการณ์ย้อนหลังเกี่ยวกับตัวเด็ก
    • A. 

      การสังเกต

    • B. 

      แบบสอบถาม

    • C. 

      มาตราส่วนประมาณค่า

    • D. 

      สังคมมิติ

    • E. 

      การสัมภาษณ์


  • 28. 
    เทคนิคใดที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเป็นผู้กระทำ  ครูธรรมดาไม่สามารถที่จะกระทำได้
    • A. 

      สังคมมิติ

    • B. 

      แบบสอบถาม

    • C. 

      แบบทดสอบ

    • D. 

      มาตราส่วนประมาณค่า

    • E. 

      การศึกษารายกรณี


  • 29. 
    สถานที่ควรเก็บระเบียนสะสมมากที่สุด
    • A. 

      ห้องครูใหญ่

    • B. 

      ห้องแนะแนว

    • C. 

      ห้องครูประจำชั้น

    • D. 

      ห้องที่สร้างเฉพาะสำหรับเก็บระเบียนสะสม

    • E. 

      ห้องแผนกทะเบียนและวัดผล


  • 30. 
             ถ้าโรงเรียนขาดผู้รับผิดชอบในการบันทึกระเบียนสะสม  ท่านคิดว่าข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวเด็กใครควรเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูลมากที่สุด
    • A. 

      ครูประจำชั้นหรือเจ้าหน้าที่แผนกทะเบียน

    • B. 

      ครูแนะแนวร่วมกับครูหัวหน้าหมวดวิชา

    • C. 

      ครูแนะแนวและครูประจำชั้น

    • D. 

      เจ้าหน้าที่อนามัยและครูประจำชั้น

    • E. 

      ครูผู้สอนกิจกรรมและครูประจำชั้น


Back to top

Removing ad is a premium feature

Upgrade and get a lot more done!
Take Another Quiz
We have sent an email with your new password.