แบบฝึกหัดเสริมประสบการณ์ สอวน. ชีววิทยา ชุดที่ 2

20 | Total Attempts: 682

SettingsSettingsSettings
Please wait...
 .   2

แบบทดสอบชุดนี้เป็นการทบ วนความรู้สำหรับเตรียมตั สอบ สอวน. ชีววิทยารอบที่ 1 โดยภายในประกอบด้วยข้อสอ ที่อ้างอิงเนื้อหาในระดั มัธยมศึกษาตอนปลายเป็น หลัก โดยเป็นโจทย์ที่แปลและดั แปลงมาจากหนังสือและตำรา ่างประเทศเป็นหลัก นัก เรียนที่ต้องการทำแบบฝึก ัดชุดนี้ควรจะต้องอ่านแบ เรียน สสวท. ชีววิทยาให้จบทั้งหมด 6 เล่มก่อน จึงจะเป็นการประเมินความ ู้ความเข้าใจได้เป็นอย่า ดีขอให้นักเรียนทุกคนที่เข าทำข้อสอบชุดนี้โชคดีอาจารย์ศุภณัฐ ไพโรหกุลงานส่งเสริมศักยภาพนักเร ยนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาล ย


Questions and Answers
  • 1. 
    ขั้นตอนใดต่อไปนี้ในการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสที่มีกระบวนการตรงข้ามกันมากที่สุด
    • A. 

      โพรเฟสและเมตาเฟส

    • B. 

      โพรเฟสและแอนาเฟส

    • C. 

      โพรเฟสและเทโลเฟส

    • D. 

      เมตาเฟสและแอนาเฟส

    • E. 

      เมตาเฟสและเทโลเฟส

  • 2. 
    โรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง คือ cystic fibrosis จะมีความผิดปกติที่ระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีการสะสมเมือก (mucus) เป็นจำนวนมากเนื่องจากเซลล์เยื่อบุผิวไม่สามารถขับเอาเมือกออกจากระบบทางเดินหายใจ นักเรียนคิดว่าโรคนี้ควรจะมีความผิดปกติขึ้นที่องค์ประกอบใดภายในเซลล์
    • A. 

      โปรตีนแอกติน (actin)

    • B. 

      โปรตีนไมโอซิน (myosin)

    • C. 

      โปรตีนไดนีน (dynein)

    • D. 

      ฮีโมโกลบิน (haemoglobin)

    • E. 

      เอนไซม์ในขั้นตอนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

  • 3. 
    สารในข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นในขั้นตอนของปฏิกิริยาใช้แสง (light-dependent reaction) ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
    • A. 

      ก๊าซออกซิเจน

    • B. 

      โปรตอน (H+)

    • C. 

      น้ำตาลกลูโคส

    • D. 

      ATP

    • E. 

      NADPH

  • 4. 
    ฮอร์โมนพืชชนิดใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการยืดขนาดของเซลล์ (cell elongation) บริเวณปลายยอดพืช
    • A. 

      กรดแอบไซซิก (abscissic acid)

    • B. 

      ไซโตไคนิน (cytokinin)

    • C. 

      เอทิลีน (ethylene)

    • D. 

      ออกซิน (auxin)

    • E. 

      จิบเบอเรลลิน (gibberellin)

  • 5. 
    ฮอร์โมนพืชชนิดใดต่อไปนี้ที่กระตุ้นการยืดขนาดของก้านองุ่น ช่วยทำให้องุ่นมีขนาดใหญ่ขึ้น
    • A. 

      ออกซิน (auxin)

    • B. 

      จิบเบอเรลลิน (gibberellin)

    • C. 

      กรดแอบไซซิก (abscissic acid)

    • D. 

      ไซโตไคนิน (cytokinin)

    • E. 

      เอทิลีน (ethylene)

  • 6. 
    ข้อใดต่อไปนี้ที่มีผลทำให้อัตราเร็วในการส่งกระแสประสาทเพิ่มสูงขึ้นก. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแอกซอนกว้างมากขึ้นข. จำนวนของปลายไซแนปส์ (synaptic terminal) มากค. ระยะห่างของ node of Ranvier มาก
    • A. 

      ก และ ข

    • B. 

      ก และ ค

    • C. 

      ข และ ค

    • D. 

      ก ข และ ค

    • E. 

  • 7. 
    บริเวณใดภายในหูที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัว
    • A. 

      เยื่อแก้วหู (tympanic membrane)

    • B. 

      กระดูกค้อน ทั่ง โกลน

    • C. 

      คอเคลีย (cochlea)

    • D. 

      ท่อเซมิเซอร์คูลาร์ (semicircular canal)

    • E. 

      ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube)

  • 8. 
    ในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน (menopause) และผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน (menstrual flow) จะมีการเปลี่ยนแปลงในข้อใดต่อไปนี้ที่เหมือนกัน
    • A. 

      อัตราการผลิตฮอร์โมนอีสโตรเจนลดลง

    • B. 

      อัตราการผลิตฮอร์โมนอีสโตรเจนเพิ่มขึ้น

    • C. 

      อัตราการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้น

    • D. 

      การหลุดลอกและสลายตัวของผนังมดลูกชั้นใน (endometrium)

    • E. 

      การฝ่อของต่อมใต้สมองส่วนหน้า

  • 9. 
    กระบวนการในข้อใดต่อไปที่ไม่มีผลในการกระตุ้นอัตราการหายใจของมนุษย์
    • A. 

      การเพิ่มขึ้นของ HCO3- ภายในเลือด

    • B. 

      การเพิ่มขึ้นของค่า pH ภายในเลือด

    • C. 

      การเพิ่มขึ้นปริมาณ CO2 ภายในเลือด

    • D. 

      การที่มนุษย์ย้ายไปอยู่ในที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก

    • E. 

      การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์กล้ามเนื้อยึดกระดูก

  • 10. 
    สิ่งมีชีวิตในข้อใดต่อไปนี้ที่มีแนวโน้มอยู่ทางด้านล่างสุดของปิรามิดมวลชีวภาพ (pyramid of biomass) ของระบบนิเวศในทะเล
    • A. 

      ไดอะตอม (diatom)

    • B. 

      หมึกกล้วย (squid)

    • C. 

      ครัสเตเชียน (crustacean)

    • D. 

      แมวน้ำ (seal)

    • E. 

      ปลาฉลาม (shark)

  • 11. 
    โครงสร้างใดต่อไปนี้ทำหน้าที่ในการเก็บของเสียในไข่ของสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ปีก
    • A. 

      ถุงน้ำคร่ำ (amnion)

    • B. 

      อัลแลนทอยส์ (allantois)

    • C. 

      เยื่อคอเรียน (chorion)

    • D. 

      รก (placenta)

    • E. 

      ถุงไข่แดง (yolk sac)

  • 12. 
    ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะร่วมกันของเซลลูโลส ไคติน และไกลโคเจน
    • A. 

      สารทั้งสามชนิดมีลักษณะเป็นพอลิเมอร์ (polymer) ขนาดใหญ่

    • B. 

      สารทั้งสามชนิดจัดอยู่ในสารชีวโมเลกุลพวกคาร์โบไฮเดรต

    • C. 

      สารทั้งสามชนิดพบเป็นองค์ประกอบอยู่ภายในผนังเซลล์

    • D. 

      สารทั้งสามชนิดต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิก (glycosidic linkage)

    • E. 

      สารทั้งสามชนิดประกอบด้วยหน่วยย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสหรืออนุพันธ์ของน้ำตาลกลูโคส

  • 13. 
    สารในข้อใดต่อไปนี้พบเป็นผลิตภ้ณฑ์สุดท้ายของการหมักในยีสต์
    • A. 

      ATP และกรดแลกติก

    • B. 

      ATP และเอทานอล

    • C. 

      ATP กรดแลกติกและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    • D. 

      ATP เอทานอลและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    • E. 

      เอทานอลและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

  • 14. 
    จงพิจารณาแผนภาพแสดงเส้นทางการลำเลียงน้ำเข้าสู่รากพืชต่อไปนี้เส้นทางการลำเลียงน้ำในข้อใดต่อไปนี้ที่มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด
    • A. 

      เส้นทาง A

    • B. 

      เส้นทาง B

    • C. 

      เส้นทาง C

    • D. 

      เส้นทาง D

    • E. 

      เส้นทาง E

  • 15. 
    จงพิจารณาแผนภาพต่อไปนี้บริเวณใดต่อไปนี้ที่ประกอบด้วยเซลล์เวสเซล (vessel member)
    • A. 

      บริเวณ A

    • B. 

      บริเวณ B

    • C. 

      บริเวณ C

    • D. 

      บริเวณ D

    • E. 

      บริเวณ E

  • 16. 
    จงพิจารณากราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์ต่อไปนี้บริเวณใดต่อไปนี้ที่มีการเคลื่อนที่ของ K+ ออกนอกเซลล์จำนวนมาก
    • A. 

      บริเวณ A

    • B. 

      บริเวณ B

    • C. 

      บริเวณ C

    • D. 

      บริเวณ D

    • E. 

      บริเวณ E

  • 17. 
    ระยะใดต่อไปนี้ในการเจริญที่มีการสร้างเนื้อเยื่อแรกเริ่ม 3 ชั้น (germ layers)
    • A. 

      ระยะคลีเวจ (cleavage)

    • B. 

      ระยะบลาสทูลา (blastula)

    • C. 

      ระยะมอรูลา (morula)

    • D. 

      ระยะแกสตรูลา (gastrula)

    • E. 

      ระยะออร์แกโนเจเนซิส (organogenesis)

  • 18. 
    เซลล์ใดต่อไปนี้มีความเหมาะสมน้อยที่สุดในการทำลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint)
    • A. 

      เซลล์จากต่อมน้ำลาย

    • B. 

      เซลล์จากน้ำอสุจิ

    • C. 

      เซลล์ฟอลลิเคิลของเส้นผม (hair follicle)

    • D. 

      เซลล์เม็ดเลือดแดง

    • E. 

      เซลล์เม็ดเลือดขาว

  • 19. 
    ข้อใดไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง
    • A. 

      การฉีดวัคซีนคุ้มกันวันโรค

    • B. 

      การฉีดทอกซอยด์คุ้มกันโรคบาดทะยัก

    • C. 

      การติดหวัดจากเพื่อน

    • D. 

      การให้ทารกดื่มน้ำนมแม่

    • E. 

      มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อที่ไม่ได้ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง

  • 20. 
    ในภาวะที่ร่างกายมี Ca2+ สูง จะมีผลให้เกิดเหตุการณ์ใดต่อไปนี้ก. กระตุ้นการหลั่งพาราทอร์โมน (PTH)ข. กระตุ้นการหลั่งแคลซิโทนิน (calcitonin)ค. ลดอัตราการดูดซึม Ca2+ จากลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือดฝอยง. เพิ่มอัตราการดูดซึม Ca2+ จากลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือดฝอย
    • A. 

      ก และ ค

    • B. 

      ก และ ง

    • C. 

      ข และ ค

    • D. 

      ข และ ง

    • E. 

      ก และ ข

Back to Top Back to top