Take Another Quiz

ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ 9 พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

15
ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ 9 พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

ข้อสอบกฎหมาย ชุดที่ 9 พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทาง กครอง พ.ศ.2539กรุณาพิมพ์ชื่อลงในช่อง Your Name จากนั้น คลิก Start Quiz เพื่อเริ่มทำแบบทดสอบ เมื่อคลิกคำตอบข้อสุดท้า คะแนนของท่านจะปรากฎครับ เกณฑ์การผ่าน 60 % ครับ

Please wait...
Questions and Answers
  • 1. 
    พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ประกาศวันใด
    • A. 

      14 พฤศจิกายน 2539

    • B. 

      15 พฤศจิกายน 2539

    • C. 

      14 พฤษภาคม 2539

    • D. 

      15 พฤษภาคม 2539

  • 2. 
    พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ใช้บังคับวันใด
    • A. 

      14 พฤศจิกายน 2539

    • B. 

      15 พฤศจิกายน 2539

    • C. 

      14 พฤษภาคม 2540

    • D. 

      15 พฤษภาคม 2540

  • 3. 
    พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มิให้ใช้บังคับแก่หน่วยงานใด
    • A. 

      สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

    • B. 

      ที่ว่าการอำเภอ

    • C. 

      องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    • D. 

      รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

  • 4. 
    ข้อใด ไม่ได้ หมายถึงคำสั่งทางปกครองตามพรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
    • A. 

      การสั่งการ

    • B. 

      การอนุญาต

    • C. 

      การออกกฎ

    • D. 

      การวินิจฉัยอุทธรณ์

  • 5. 
    พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มีทั้งหมดกี่หมวดกี่มาตรา
    • A. 

      5 หมวด 78 มาตรา

    • B. 

      5 หมวด 87 มาตรา

    • C. 

      6 หมวด 78 มาตรา

    • D. 

      6 หมวด 78 มาตรา

  • 6. 
    เจ้าหน้าที่ในข้อใดสามารถจะทำการพิจารณาทางปกครองได้
    • A. 

      เป็นคู่กรณีกันเอง

    • B. 

      เป็นเพื่อนคู่กรณี

    • C. 

      เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี

    • D. 

      เป็นญาตของคู่สมรส

  • 7. 
    ในกรณีที่มีการยื่นคำขอโดยมีผู้ลงชื่อหรือคู่กรณีกี่คนขึ้นไป  ให้ถือว่าผู้ที่ถูกระบุชื่อดังกล่าวเป็นตัวแทนร่วม
    • A. 

      25 คน

    • B. 

      ไม่เกิน 25 คน

    • C. 

      50 คน

    • D. 

      ไม่เกิน 50 คน

  • 8. 
    ในกรณีที่มีคู่กรณีเกินห้าสิบคนยื่นคำขอให้มีคำสั่งทางปกครองในเรื่องเดียวกัน โดยไม่มีการกำหนดให้บุคคลใดเป็นตัวแทนร่วมของตน ให้เจ้าหน้าที่ในเรื่องนั้นแต่งตั้งใครเห็นชอบเป็นตัวแทนร่วมของบุคคลดังกล่าว
    • A. 

      บุคคลที่คู่กรณีฝ่ายข้างมากเห็นชอบ

    • B. 

      บุคคลที่มีเสียงข้างมากเห็นชอบ

    • C. 

      บุคคลที่คู่กรณีฝ่ายเสียงข้างมากเห็นชอบ

    • D. 

      บุคคลที่คู่กรณีฝ่ายเสียงข้างมากเห็นชอบตรงกัน

  • 9. 
    ข้อใดกล่าวถูกต้องตาม พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
    • A. 

      เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาไทย

    • B. 

      เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ

    • C. 

      เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

    • D. 

      เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม

  • 10. 
    กรณีที่คำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับทราบคำสั่งนั้นร้องขอและการร้องขอได้กระทำโดยเหตุอันสมควร เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือภายในกี่วัน
    • A. 

      7 วัน

    • B. 

      10 วัน

    • C. 

      15 วัน

    • D. 

      30 วัน

  • 11. 
    การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุ
    • A. 

      30 วัน

    • B. 

      45 วัน

    • C. 

      60 วัน

    • D. 

      90 วัน

  • 12. 
    ผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนจากคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ร้องขอค่าทดแทนภายในกี่วันนับแต่ได้รับแจ้งให้ทราบถึงการเพิกถอนนั้น
    • A. 

      90 วัน

    • B. 

      120 วัน

    • C. 

      160 วัน

    • D. 

      180 วัน

  • 13. 
    การขอให้พิจารณาคำสั่งทางปกครองใหม่ ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุ
    • A. 

      30 วัน

    • B. 

      ุ60 วัน

    • C. 

      90 วัน

    • D. 

      180 วัน

  • 14. 
    การบังคับทางปกครอง คำสั่งทางปกครองสั่งให้ผู้ใดชำระเงินภายใน 7 วันแล้วไม่กระทำตาม เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ทุกข้อยกเว้นข้อใด
    • A. 

      ยึดทรัพย์

    • B. 

      อายัดทรัพย์

    • C. 

      ประูมูลราคา

    • D. 

      ขายทอดตลาด

  • 15. 
    การแจ้งคำสั่งทางปกครองโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
    • A. 

      กรณีภายในประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน

    • B. 

      กรณีภายในต่างประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน

    • C. 

      กรณีภายในประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดสิบห้าวัน

    • D. 

      กรณีภายในต่างประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดสามสิบวัน